อัลเบิร์ต ไอสไตน์ (Albert Einstein)

อัลเบิร์ต ไอสไตน์ นักวิทยาศาสตร์ ผู้เสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพ

สุดยอดนักวิทยาศาสตร์โลก

หากเอ่ยชื่อนักวิทยาศาสตร์ ที่มีชื่อเสียงของโลกคนนี้แล้ว คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก “อัลเบิร์ต ไอสไตน์” สุดยอดนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันเชื้อสายยิว ซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 1879 ตรงกับ พ.ศ. 2422 และได้เสียชีวิตลง เมื่อวันที่ 18 เมษายน ค.ศ. 1955 ซึ่งตรงกับ พ.ศ. 2498 ด้วยโรคหัวใจ ในขณะที่มีอายุ 77 ปี
อัลเบิร์ต ไอสไตน์ (Albert Einstein)
สำหรับนักวิทยาศาสตร์ระดับหัวกะทิคนนี้ ถึงแม้เขาจะเป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งกาจ ฉลาดทางด้านความคิด ที่คนทั่วโลกรู้จักกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน แต่อันที่จริงแล้วเขาเคยเป็นเด็กที่มีปัญหาเรื่องการเรียนรู้มาก่อนครับ คือตั้งแต่เด็กเขาไม่สามารถพูดได้ จนกระทั่งอายุ 3 ขวบ และเพิ่งอ่านหนังสือออกเมื่ออายุ 8 ขวบนั่นเอง จนแทบไม่มีใครคาดคิดว่า เขาจะกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์ ที่ประสบความสำเร็จได้มากขนาดที่คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ รวมถึงสร้างทฤษฎีใหม่ ๆ ไห้แก่โลกมากมาย โดยเฉพาะผลงานชิ้นโบว์แดงที่เลื่องชื่อ เช่น “ทฤษฎีทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ” ที่อธิบายคร่าวๆว่า เราทุกคนจะมองเห็นอัตราความเร็วแสงได้ในระยะเท่ากัน และ “ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป” ซึ่งเป็นทฤษฎีที่อธิบายถึงกฎแรงโน้มถ่วงในเชิงเรขาคณิต ซึ่งทำให้นักวิชาการหลายคนจับตามอง จนทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลในที่สุด

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้ตีพิมพ์ผลงานทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 300 ชิ้น และผลงานอื่นๆ ที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์อีกกว่า 150 ชิ้น จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2542 นิตยสารไทมส์ ยกย่องให้เขาเป็น "บุรุษแห่งศตวรรษ" และยังเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ทั่วโลกให้การยอมรับกันอย่างกว้างขวาง ยกย่องให้เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20


อัลเบิร์ต ไอสไตน์ เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีส่วนร่วม ในการพัฒนากลศาสตร์ควอนตัม สถิติกลศาสตร์ และจักรวาลวิทยา เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี พ.ศ. 2464 จากการอธิบายปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก และจาก "การทำประโยชน์แก่ฟิสิกส์ทฤษฎี" หลังจากที่ไอน์สไตน์ค้นพบทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ในปี พ.ศ. 2458 เขาก็กลายเป็นนักวิทยาศาสตร์ ผู้ที่มีชื่อเสียงอย่างมาก และในปีต่อ ๆ มา ชื่อเสียงของเขาได้ขยายออกไปมากกว่านักวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆ ในประวัติศาสตร์โลก และท้ายที่สุด นักวิทยาศาสตร์ที่ชื่อว่า “อัลเบิร์ต ไอสไตน์”  ก็ได้กลายมาเป็นแบบอย่างของความฉลาด ความอัจฉริยะ ความนิยมในตัวของเขา ทำให้มีการใช้ชื่อของ “ไอน์สไตน์” ในการโฆษณา หรือแม้แต่การจดทะเบียนชื่อ "อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์" ให้เป็นเครื่องหมายการค้าอีกด้วย