อาวุธนิวเคลียร์

อาวุธมหาประลัย “นิวเคลียร์” ล้างโลก

หลายคนคงเคยเห็นและยังจดจำภาพข่าวนี้ได้ ด้วยลักษณะที่คล้ายเมฆรูปเห็ดที่สูงจากพื้นดิน ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางท้องฟ้ากว่า 18 กิโลเมตร ปกคลุมด้วยควันสีขาวและสีดำทมิฬ ตลบอบอวนด้วยมลภาวะของของกัมมันตภาพรังสีที่เกิดจากอาวุธนิวเคลียร์ ที่ถล่มเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิของญี่ปุ่น เมื่อปี พ.ศ. 2488 ช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง

ภาพจาก: ไทรัฐ
“อาวุธนิวเคลียร์” เป็นผลที่ได้จากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ที่น่าภาคภูมิใจหรือน่าสะพรึงกลัวของเหล่ามนุษยชาติกันแน่? คำถามนี้เราคงต้องหาคำตอบไปพร้อมๆกันนะครับ เพราะเรื่องราวของความอัจฉริยะของนักวิทยาศาสตร์อย่าง “ไอสไตน์” การคิดค้น ทดลอง จนได้เป็นวัตถุระเบิดซึ่งมีอำนาจทำลายล้างมาจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ ไม่ว่าจะเป็นปฏิกิริยาฟิชชัน หรือฟิวชัน หรือทั้งสองปฏิกิริยารวมกัน ซึ่งปฏิกิริยาทั้งสองสามารถปลดปล่อยพลังงานปริมาณมหาศาล จากสสารปริมาณค่อนข้างน้อย การทดสอบระเบิดฟิชชัน ("อะตอม") โดยระเบิดลูกแรกสามารถปลดปล่อยพลังงานออกมาเทียบเท่ากับทีเอ็นทีประมาณ 20,000 ตัน และยังมีการทดสอบระเบิดเทอร์โมนิวเคลียร์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ระเบิดไฮโดรเจน" ลูกแรก สามารถปลดปล่อยพลังงานออกมาเท่ากับทีเอ็นทีประมาณ 10,000,000 ตัน อาวุธเทอร์โมนิวเคลียร์สมัยใหม่ที่หนักกว่า 1,100 กิโลกรัมเล็กน้อย สามารถก่อให้เกิดแรงระเบิดเทียบเท่ากับการจุดระเบิดทีเอ็นทีมากกว่า 1.2 ล้านตันเลยทีเดียวครับ

จากข้อมูลการทดสอบระเบิดที่ผมได้นำเสนอมาแสดงให้เห็นว่า แม้กระทั่งวัตถุนิวเคลียร์ลูกเล็กๆ ที่มีขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าระเบิดธรรมดาทั่วไป ก็สามารถทำลายล้างเมืองทั้งเมืองได้อย่างสบาย ด้วยแรงระเบิดไฟและกัมมันตรังสี “อาวุธนิวเคลียร์”  จึงได้ชื่อว่าเป็นอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง และมีอาวุธนิวเคลียร์เพียงสองชิ้นเท่านั้นในโลก ที่เคยใช้ปฏิบัติการในการสงครามโดยสหรัฐอเมริกา ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองใกล้ยุติลง เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2488 วัตถุประเภทจุดระเบิดยูเรเนียม (uranium gun-type) ซึ่งใช้ชื่อรหัสว่า "ลิตเติลบอย" ถูกจุดระเบิดเหนือนครฮิโรชิมาของญี่ปุ่น อีกสามวันให้หลัง คือในวันที่ 9 สิงหาคม ปีเดียวกัน วัตถุประเภทจุดระเบิดภายในพลูโตเนียม (plutonium implosion-type) ซึ่งใช้ชื่อรหัสว่า "แฟตแมน" ได้ถูกจุดระเบิดเหนือเมืองนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งการทิ้งระเบิดทั้งสองลูกดังกล่าว ส่งผลให้ชาวญี่ปุ่นเสียชีวิตไปในทันทีประมาณ 200,000 คน จากการบาดเจ็บฉับพลันที่ได้รับจากแรงระเบิด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพียงพลเรือนเท่านั้น ไม่ใช่แค่เพียงการทิ้งระเบิดถล่มเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิเท่านั้น แต่อันที่จริงแล้ว “อาวุธนิวเคลียร์” ได้ถูกจุดระเบิดกว่าสองพันครั้ง เพื่อจุดประสงค์ด้านการทดสอบและสาธิตในทางการทหาร และมีเพียงไม่กี่ชาติเท่านั้นที่ได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์หรือถูกสงสัยว่ากำลังแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ในปัจจุบัน และประเทศที่มีข้อมูลว่าได้เคยจุดระเบิดอาวุธนิวเคลียร์ และได้รับการรับรองว่าครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ คือ สหรัฐอเมริกา สหภาพโซเวียต (รัสเซียเป็นผู้สืบทอดอำนาจนิวเคลียร์) สหราชอาณาจักรอย่างเช่น ฝรั่งเศส สาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย ปากีสถาน และเกาหลีเหนือเป็นต้น นอกเหนือจากนี้ อิสราเอลยังถูกเป็นที่สงสัยว่ามีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง แต่ไม่ได้รับการยืนยันอย่างแน่ชัด และยังมีข้อมูลการสำรวจของสหพันธ์นักวิทยาศาสตร์อเมริกา ใน พ.ศ. 2554 ซึ่งได้ประเมินว่ามีหัวรบนิวเคลียร์กว่า 20,500 หัวทั่วโลก โดยมีราว 4,800 หัว ถูกเก็บไว้ในสถานะ "ปฏิบัติการ" คือ พร้อมใช้งานได้ทันที
ที่มา : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี