เด็กหลอดแก้ว..เขาทำกันอย่างไร?

เทคโนโลยีเด็กหลอดแก้ว

สำหรับภาวการณ์มีบุตรยากในยุคปัจจบัน ได้กลายเป็นปัญหาใหญ่ของครอบครัวไปแล้ว ซึ่งมีผู้ประมาณว่า 1 ใน 6 ของคู่สมรสใหม่นี้ จะมีปัญหาการมีบุตรยาก ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น การแต่งงานช้าลง หรือปัญหาทางสุขภาพของคู่สมรสนั่นเอง แต่ด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ที่เจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ได้ช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์ของครอบครัวยุคใหม่ ที่มีปัญหาเรื่องการมีลูกยากด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า “การทำเด็กหลอดแก้ว” (In Vitro Fertilization) 

เด็กหลอดแก้ว
แพทย์หญิงสุชาดา มงคลชัยภักดิ์ สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา  ได้อธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า เทคโนโลยีเรื่องการทำเด็กหลอดแก้วมีมานานแล้ว ซึ่ง ณ เวลานี้เด็กหลอดแก้วอายุก็ปาเข้าไป 40 ปีแล้ว สำหรับภาวะการณ์การมีลูกยากนั้นหมายความว่า แต่งงานกันอย่างน้อย 1 ปีแล้วยังไม่มีบุตรเอง แต่ถ้าผู้หญิงอายุเยอะหน่อยจะวัดที่ 6 เดือน ปัจจัยที่คู่สมรสมีลูกกันยาก ส่วนหนึ่งมาจากการเริ่มต้นครอบครัวช้า แต่งงานกันช้า เพราะสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ส่วนนาวทางการแก้ปัญหาการมีลูกยากมีอยู่ 3 วิธีใหญ่ๆ  คือ

1. วิธีทางธรรมชาติ กรณีที่คู่สมรสยังอายุน้อยๆ เราต้องตรวจการสาเหตุก่อนว่า ทำไมถึงมีลูกยาก ซึ่งถ้าตรวจแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติ และคนไข้ยังมีเวลารอ เราจะแนะนำให้ใช้วิธีธรรมชาติ นับวันไข่ตกให้ถูกต้อง หรือควรมีเพศสัมพันธุ์ช่วงเวลาไหน

2. ใช้เทคนิคช่วย คือ การฉีดน้ำเข้าโพรงมดลูก โดยหลักการยังเป็นวิธีตามธรรมชาติ ที่คนไข้ท้องเองเพียงแต่ช่วยเพียงแต่ช่วยนับเวลาที่ไข่ตกให้แม่นยำมากขึ้น แล้วฉีดน้ำเชื้อเข้าไป

3. การทำเด็กหลอดแก้ว เป็นการผสมข้างนอกภายนอกร่างกาย ซึ่งมีหลักการทำคือ เอาไข่กับอสุจิมาผสมเอง ข้างนอกในห้องปฏิบัติการ เพื่อให้ได้ตัวอ่อนและเลี้ยงจนถึงระยะฝังตัว หรือระยะบลาสโตซีสต์ (Blastocyst) จากนั้นค่อยย้ายตัวอ่อนเข้าสู่มดลูกของมารดา

แพทย์หญิงสุชาดายังอธิบายให้ฟังถึงสาเหตุที่ทำเด็กหลอดแก้วแล้วไม่ติดหรือไม่ท้องว่า อาจเป็นเพราะตัวอ่อนผิดปกติ โครโมโซมไม่เป็น 23 คู่ ซึ่งอาจจะมีเกินหรือขาด ทำให้ยีนทำงานไม่ดี ฝังตัวอยู่ไม่นานก็แท้งวิธีการที่จะทำให้ได้ตัวอ่อนดีสมบูรณ์นั้น เราต้องวางแผนการรักษาการเก็บและเลี้ยงตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการมีส่วนสำคัญอย่างมาก ซึ่งเราได้พัฒนาเทคนิคการแช่แข็งตัวอ่อนแบบผลึกแก้วซึ่งเป็นวิธีที่ตัวอ่อนมีโอกาสเจริญพัฒนาเป็นระยะบลาสโตซีสต์ได้สูง ไม่ต่างไปจากตัวอ่อนที่ไม่ได้ผ่านการแช่แข็ง และจากการเลือกตัวอ่อนที่ดีที่สุดจะถูกย้ายสู่มดลูกของผู้เป็นมารดา ซึ่งจะทำให้ท้องในครั้งแรกได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด


อ้างอิงจาก : เดลินิวส์ (ฉบับวันพุธที่ 17 กันยายน 2557 หน้า 24) 
เครดิตภาพ : www.healthkonthai.com