เทคโนโลยีน่าทึ่ง! เรือดำน้ำเร็วเหนือเสียงของจีน

เทคโนโลยีเรือดำน้ำความเร็วสูง

วิทยาศาสตร์น่ารู้ ที่อยากจะนำมาบอกเล่าให้ฟังในบทความนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีการต่อเรือใต้น้ำ หรือเทคโนโลยีเรือดำน้ำความเร็วเหนือเสียงของประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีน ซึ่งเรื่องนี้มีรายงานข่าวจากทางด้านของหนังสือพิมพ์ “เซาท์ไชน่ามอร์นิ่ง โพสต์” ระบุว่าตอนนี้ประเทศจีนกำลังประสบความก้าวหน้าในการต่อเรือใต้น้ำความเร็วเหนือเสียง ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยที่จะทำให้ เรือดำน้ำ พุ่งทะยานไปด้วยความเร็วเหนือเสียงได้ ส่วนทางด้านของสถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนียประเทศสหรัฐอเมริกาได้ลองวิเคราะห์ตามกระแสข่าวดังกล่าว พบว่าเรือใต้น้ำที่สามารถแล่นได้ด้วยความเร็วสูงถึง 5,760 กม. ต่อ ชม.นั้น จะแล่นออกจากนครเซี่ยงไฮ้ไปถึงนครซานฟรานซิสโก ภายในเวลา 100 นาที เท่านั้นเอง

จากรายงานข่าวดังกล่าว ศาสตราจารย์วิชาวิศวกรรมของจีนผู้ซึ่งทำงานในโครงการนี้บอกว่า เทคโนโลยีเรือดำน้ำ ความเร็วสูงที่ว่านี้มีชื่อว่าเทคโนโลยี “ซุปเปอร์ฟองอากาศ” จะทำงานโดยให้เรือใต้น้ำแล่นไปในฟองอากาศ ซึ่งจะช่วยลดฟองอากาศ ส่งผลให้สามารถลดความเสียดทานของน้ำกับเรือลงได้ ซึ่งก่อนหน้านี้เทคโนโลยีที่ว่านี้ยังติดปัญหาอยู่ 2 เรื่องก็คือ ประเด็นแรกเรือใต้น้ำที่ว่านี้จะต้องเล่นไปด้วยความเร็วอย่างน้อย  96  กิโลเมตร/ชั่วโมง จึงจะลอยอยู่ในฟองอากาศได้ ส่วนประเด็นที่สองการที่จะประคองเรือให้อยู่ในฟองอากาศก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ส่วนทางด้านของหนังสือพิมพ์  วอชิงตันโพสต์ ของอเมริกา ก็ได้วิเคราะห์เรื่องนี้และแสดงความสงสัยว่า ขณะที่เรือใต้น้ำในปัจจุบันสามารถเล่นฝ่าคลื่นอย่างเร็วที่สุดได้ชั่วโมงละ 738 กิโลเมตรเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยว่าเรือเรือใต้น้ำที่ใช้เทคโนโลยี “ฟองอากาศ ที่ว่านี้ กลับแล่นได้ถึง 5,760 กิโลเมตร/ชั่วโมง แม้แต่ตอร์ปิโดที่ใช้เทคโนโลยีคล้ายคลึงกันนี้ ยังทำความเร็วได้เพียงแค่ 368 กิโลเมตร/ชั่วโมงเท่านั้น ส่วนโฉมหน้าที่แท้จริงของเรือดำน้ำความเร็วสูงที่ว่านี้ ก็ต้องรอติดตามกันต่อไปครับ


ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ (ฉบับวันอังคารที่ 2 ก.ย. 57 หน้า 7)

ถ่ายเลือดให้คนแก่ เรียกความหนุ่มสาวกลับคืนได้

วิทยาศาสตร์ก้าวหน้า

ถ้าผมมีเรื่องเล่าให้ฟังว่า นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันกำลังจะถ่ายเลือดของคนหนุ่มสาวให้กับผู้สูงอายุที่เป็นโรคสมองเสื่อม โดยหวังว่าอาจช่วยทำให้สมองของคนชราดีขึ้นได้ ฟังดูเป็นเรื่องที่น่าเหลื่อเชื่อ เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่นักวิทยาศาสตร์ผู้อยู่เบื้องหลังการทดลองนี้ ก็มีหลักฐานยืนยันอย่างหนักแน่นจากการที่ได้ทดลองกับหนู จนได้ผลสรุปออกมาที่ชัดเจนว่า การถ่ายเลือดหนูหนุ่มหนูสาวให้กับหนูที่แก่จะช่วยให้สมองและสุขภาพของอวัยวะหลายชนิดของหนูรุ่นพ่อรุ่นแม่กระชุ่มกระชวยขึ้นหลายเท่า และในบางครั้งอาจถึงขนาดกลับหนุ่มสาวขึ้นมาใหม่ได้เลยทีเดียวครับ ซึ่งเรื่องนี้ถ้าหากว่าเราลองคิดกันเล่นๆว่า..ถ้าการทดลองจากหนูเปลี่ยนมาเป็นมนุษย์จริงๆ และเกิดเป็นจริงขึ้นมาอาจทำให้เราถึงขนาดกลับเป็นหนุ่มสาวขึ้นมาใหม่ได้จริงๆคงจะเป็นเรื่องที่ฮือฮา..น่าทึ่งสุดๆ แห่งวงการ วิทยาศาสตร์ การแพทย์ของโลกเลยทีเดียว

ซึ่งจากการศึกษาค้นคว้าของนัก วิทยาศาสาตร์ ไคลว์แมคแคย์ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ได้ทำการทดลองเย็บเชื่อมระบบไหวเวียนโลหิตของหนูหนุ่มกับหนูแก่เข้าด้วยกัน เป็นการทดลองการดำรงชีวิตร่วมกันของสิ่งมีชีวิตสองสิ่ง แล้วพบว่ากระดูกอ่อนของหนูแก่จะกลับมีสภาพเหมือนกับของหนูที่ยังคงหนุ่มสาว..ว๊าว..เจ๋งสุดๆ แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้นะครับ ในรายงานข่าวยังระบุอีกว่าหลังสุดเมื่อปี พ.ศ. 2548 นักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ด ได้ทำการศึกษาทดลองและพบว่า เลือดของหนูหนุ่มสาวสามารถช่วยให้ตับและเซลล์ต้นกำเนิดกะโหลกศีรษะหนูแก่กลับมีสภาพเป็นหนุ่มสาวขึ้นกว่าเก่าได้ แต่ผมยังไม่เคยอ่านเจอที่ทดลองกับคนเราจริงๆนะ หรืออาจจะมีการทดลองแล้วแต่ยังไม่เป็นข่าว..อันนี้ก็ไม่รู้..สวัสดีครับ


อ้างอิงจาก : หนังสือพิมพ์ไทรัฐ